สุนัขแก่กับเจ้าของไร่
เด็ก 3–6 ขวบ · อ่านออกเสียง 3 นาที · 5 ฉาก

ที่ไร่ปลายหมู่บ้านมี หมาแก่ ตัวหนึ่งนอนอยู่ข้างประตูรั้วเกือบทั้งวัน เมื่อก่อนมันเคยวิ่งเร็วที่สุดในไร่นี้ ไม่มีวันไหนที่ ฝูงแพะ หลุดออกไปได้เลยสักตัว แต่เดี๋ยวนี้ขนรอบปากของมันขาวไปหมดแล้ว

เย็นวันหนึ่งประตูรั้วเปิดค้างไว้เพียงนิดเดียว ฝูงแพะ ก็พากันวิ่งออกไปทางป่าจนหมด หมาแก่ ลุกขึ้นทันทีแล้ววิ่งตามไปสุดแรงที่มีอยู่ หูปลิวไปข้างหลังเหมือนเมื่อก่อน

หมาแก่ ต้อนกลับมาได้สองตัว แต่พอจะวิ่งไปรับตัวที่สามก็หยุดลงกลางทาง ยืนหอบอยู่ตรงนั้น ขาหลังสั่นไปหมด ตัวที่สามเดินเลยโค้งทางไปแล้ว

ชาวไร่ วิ่งตามมาถึงแล้วเผลอบ่นออกมาดัง ๆ ว่า “เมื่อก่อนไม่เคยมีตัวไหนหลุดเลยนะ” หมาแก่ เงยหน้าขึ้นมองแล้วตอบเบา ๆ ว่า “ใจของฉันยังเท่าเดิมทุกอย่าง แต่ขาไม่เท่าเดิมแล้ว” ชาวไร่ ได้ยินแล้วก็เงียบไป แล้วนั่งลงข้าง ๆ

เช้าวันต่อมา ชาวไร่ พา ลูกหมา ตัวหนึ่งมาที่ไร่ แล้วบอกว่า “ช่วยพาเดินดูทางให้หน่อยนะ” ตั้งแต่นั้น หมาแก่ ก็เดินนำ ลูกหมา ไปตามรั้วทุกเช้า เดินช้า ๆ ไปเรื่อย ๆ และตอนเย็น ฝูงแพะ ก็กลับเข้าคอกครบทุกตัวเหมือนเดิม
ข้อคิด
เมื่อคนที่เคยช่วยเราเริ่มทำไม่ไหวเหมือนเดิม ลองหาสิ่งที่เขายังทำได้ดีให้เขาทำ
คุยกับลูกหลังอ่านจบ
เมื่อก่อน หมาแก่ ทำอะไรได้บ้าง แล้ววันนี้ทำอะไรได้บ้าง
ตอนที่ ชาวไร่ นั่งลงข้าง ๆ แทนการบ่นต่อ หนูคิดว่า หมาแก่ รู้สึกอย่างไร
ที่บ้านเรามีใครที่เดินช้าลงหรือทำบางอย่างไม่ไหวแล้วบ้าง แล้วเขายังเก่งเรื่องอะไรอยู่
เคล็ดลับสำหรับพ่อแม่
เรื่องนี้เหมาะมากกับบ้านที่มีปู่ย่าตายายอยู่ด้วย เพราะมันไม่ได้สอนให้สงสาร แต่สอนให้มองหาว่าคนคนนั้นยังเก่งเรื่องอะไร ลองให้ลูกไปถามท่านเองว่าอยากช่วยเรื่องไหน
ประโยคของ หมาแก่ ที่ว่าใจยังเท่าเดิมแต่ขาไม่เท่าเดิม เป็นประโยคที่เด็กจำได้ง่าย ลองใช้มันตอนที่ลูกหงุดหงิดกับคนที่ทำอะไรช้ากว่า แทนการบอกว่าอย่าใจร้อน


