‹ หน้าแรกพ่อลูกกับลา1/6

พ่อลูกกับลา

เด็ก 3–6 ขวบ · อ่านออกเสียง 4 นาที · 6 ฉาก

ฉาก 1
บนถนนดินกลางทุ่งยามเช้า พ่อและเด็กชายเดินคู่กับลาที่อยู่ตรงกลาง หญิงสาวสองคนยืนอยู่ริมทางฝั่งขวาท่ามกลางพุ่มดอกไม้ หัวเราะเสียงดัง คนหนึ่งผมเปียเดี่ยวสวมเสื้อสีเหลืองอมส้ม อีกคนคลุมผ้าคลุมผมสวมเสื้อสีเขียวทะเล ทั้งคู่อุ้มดอกไม้ป่าเต็มแขน

เช้าวันตลาดนัด พ่อ กับ ตั้ม จูง เจ้าลา เดินออกจากบ้านไปตามถนนสายยาว เดินไปได้ครึ่งทาง สองสาวเก็บดอกไม้ ที่เก็บดอกไม้อยู่ริมทางก็หัวเราะขึ้นมาแล้วพูดว่า “มีตัวให้ขี่อยู่ทั้งตัว เดินกันทำไมให้เมื่อย” พ่อ ฟังแล้วก็คิดว่าจริงนะ จึงอุ้ม ตั้ม ขึ้นนั่งบนหลัง

ฉาก 2
ใต้ร่มไม้ใหญ่สองต้นริมถนน พ่อนั่งอยู่บนหลังลาหันหน้าไปทางขวา เด็กชายเดินอยู่ข้าง ๆ ชายชราสองคนยืนอยู่ทางซ้าย คนหนึ่งสวมเสื้อกั๊กสีม่วงเข้มถือไม้เท้าส่ายหัว อีกคนสวมเสื้อคลุมสีน้ำตาลเทากอดอกยืนมอง

เดินต่อไปอีกหน่อยก็เจอ เพื่อนบ้านสองคน ยืนคุยกันอยู่ใต้ร่มไม้ พอเห็นก็ส่ายหัวแล้วพูดว่า “ตัวเล็กนั่งสบาย ปล่อยให้คนแก่เดินตากแดดหรือนี่” พ่อ ได้ยินแล้วก็คิดว่าจริงอีกนะ ตั้ม จึงลงมาเดิน แล้ว พ่อ ขึ้นไปนั่งแทน

ฉาก 3
บนถนนดินยามเที่ยง พ่อกับเด็กชายนั่งบนหลังลาด้วยกัน เด็กชายอยู่ข้างหน้าเท้าลอยพ้นพื้น พ่ออยู่ข้างหลังเท้าห้อยเกือบถึงพื้น หญิงสาวคนหนึ่งเดินสวนมาทางซ้ายอุ้มตะกร้าไว้ที่สะโพก มีเด็กตัวเล็กจับชายผ้าเดินตามข้าง ๆ ทั้งคู่มองเหลือบมาที่ลา

พอเลี้ยวออกจากร่มไม้ แม่ลูกคู่หนึ่ง ก็เดินสวนมาพอดี แล้วพูดกันเบา ๆ ว่า “ตัวโตนั่งสบาย ปล่อยตัวเล็กเดินเหงื่อไหลอย่างนั้น” พ่อ หน้าแดงขึ้นมาทันที จึงยื่นมือดึง ตั้ม ขึ้นไปนั่งข้างหน้า แล้วทั้งสองก็นั่งไปด้วยกันทั้งคู่

ฉาก 4
ริมถนนนอกเมืองตลาดยามเที่ยง พ่อกับเด็กชายยืนอยู่ทางซ้ายข้างไม้คานยาวที่วางอยู่กับพื้น มีเชือกขดอยู่ข้าง ๆ คนเดินทางสองคนที่มีห่อสัมภาระคล้องไม้พาดบ่ายืนอยู่ทางขวา คนหนึ่งกำลังพูดพลางชี้มือไปทางลา ลายืนอยู่ตรงกลางมองตรงมาที่ผู้ชมด้วยหูตั้ง

ใกล้ถึงตลาดแล้ว คนเดินทางสองคน ที่เดินมาจากอีกทางหยุดมองแล้วพูดว่า “นั่งกันทั้งสองคน พอถึงตลาดตัวนี้ก็หมดแรงพอดี หามไปเองไม่ดีกว่าหรือ” พ่อ ได้ยินก็รีบลงจากหลังทันที ทั้งสองช่วยกันหาไม้มาอันหนึ่ง มัดขาทั้งสี่ของ เจ้าลา ไว้กับไม้ แล้วยกขึ้นบ่าคนละข้าง

ฉาก 5
บนสะพานไม้เตี้ยกลางเมืองยามบ่าย พ่อกับเด็กชายยืนอยู่บนสะพานทางซ้าย ถือปลายไม้คานไว้คนละข้างโดยมีเชือกห้อยหลวม ๆ ลาอยู่ในน้ำตื้นระดับแข้งใต้สะพาน มีน้ำกระเซ็นรอบขา หูยังตั้งขึ้น คนในเมืองสามคนยืนดูอยู่บนตลิ่งฝั่งขวา

ทั้งถนนหันมามองพร้อมกัน แล้วก็หัวเราะกันทั้งสาย เจ้าลา ไม่ชอบเลยสักนิด พอถึงสะพานไม้กลางเมือง ก็ดิ้นแรงจนเชือกหลุดออกทีละเส้น แล้วตกลงไปในน้ำตื้น ๆ ใต้สะพานเสียงดังตูม

ฉาก 6
ริมลำธารตื้นยามเย็น พ่อนั่งอยู่บนพื้นหญ้าหัวเราะร่วน เด็กชายนั่งอยู่ข้าง ๆ มองหน้าพ่อ ลาตัวเปียกเดินขึ้นตลิ่งไปทางซ้าย น้ำยังหยดจากท้อง ไม้คานกับเชือกที่ทิ้งไว้วางอยู่บนพื้นหญ้าด้านหลัง หลังคาบ้านในเมืองเห็นลาง ๆ อยู่ไกล ๆ ทางขวา

เจ้าลา ลุกขึ้นสะบัดตัว น้ำกระเด็นไปทั่ว แล้วเดินขึ้นตลิ่งกลับบ้านเองเฉย ๆ พ่อ มองตามแล้วหัวเราะจนต้องนั่งลง ตั้ม นั่งลงข้าง ๆ แล้วถามว่า “พรุ่งนี้เราจะเดินกันแบบไหน” พ่อ คิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วตอบว่า “แบบที่เราสองคนคิดเองแล้วกัน” วันต่อมาทั้งสองเดินไปตลาดแบบเดิมตั้งแต่ต้น และไม่หยุดฟังใครอีกเลย

ข้อคิด

ฟังคนอื่นได้ แต่สุดท้ายต้องเลือกทางของเราเอง

คุยกับลูกหลังอ่านจบ

  1. มีคนทักทั้งหมดกี่กลุ่ม แล้วแต่ละกลุ่มบอกให้ทำอะไร

  2. ทำไม พ่อ ถึงเปลี่ยนใจทุกครั้งที่มีคนพูด

  3. ถ้าเป็นหนู หนูจะตอบกลุ่มแรกว่าอย่างไร

  4. เคยมีเรื่องอะไรที่หนูอยากทำแบบหนึ่ง แต่มีคนบอกให้ทำอีกแบบ แล้วหนูทำอย่างไร

เคล็ดลับสำหรับพ่อแม่

  • เรื่องนี้อ่านสนุกที่สุดตอนเปลี่ยนเสียง ลองใช้เสียงต่างกันสี่แบบให้คนทักสี่กลุ่ม แล้วใช้เสียงปกติกับ พ่อ ลูกจะจับได้เองว่าเสียงที่เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ คือปัญหาของเรื่อง

  • ถ้าลูกหัวเราะตอนหามข้ามสะพาน นั่นคือจังหวะที่เรื่องทำงานแล้ว ไม่ต้องรีบอธิบายข้อคิด ปล่อยให้หัวเราะจนจบก่อน

  • ประโยคสุดท้ายของ พ่อ เอาไปใช้ต่อในชีวิตจริงได้เลย ครั้งหน้าที่ลูกลังเลเพราะมีคนทัก ลองพูดประโยคเดียวกันนี้ดู

อ่านเรื่องอื่นต่อ

ดูนิทานทั้งหมด