เด็กหญิงกับความเงียบ
เด็ก 3–6 ขวบ · อ่านออกเสียง 3 นาที · 5 ฉาก

เช้าวันนั้น น้องเปิ้ล นั่งทับกระดาษที่ ต่าย วาดไว้จนยับไปมุมหนึ่ง ต่าย พูดเสียงดังออกไปคำหนึ่ง น้องเปิ้ล ก็ตอบเสียงดังกลับมาคำหนึ่ง แล้วทั้งคู่ก็ลุกเดินแยกไปคนละมุมห้อง โดยไม่พูดอะไรกันอีกเลย

ตอนกินข้าวเที่ยง ทั้งคู่นั่งคนละหัวโต๊ะ ตอนบ่ายก็เล่นคนละมุม เดินสวนกันที่ประตูสองครั้งแล้วไม่มีใครมองใคร กระดาษที่ยับยังวางอยู่ที่เดิมตรงกลางห้อง ไม่มีใครเก็บ

บ่ายนั้นมีจิ้งจกตกลงมาจากเพดานตรงหน้า ต่าย พอดี ต่าย หันไปจะเล่าให้ น้องเปิ้ล ฟังทันที แต่พอปากขยับก็นึกได้ว่ายังไม่พูดกันอยู่ จึงหันกลับมาเงียบ ๆ ทั้งที่อยากเล่ามาก

ทั้งคู่ต่างรอให้อีกคนพูดก่อน จนแสงเย็นเข้ามาถึงกลางพื้นห้อง ต่าย คิดดูแล้วว่าวันนี้เหลืออีกไม่นาน ถ้ารอต่อไปอีก วันนี้ก็จะหมดไปโดยไม่ได้เล่าเรื่องจิ้งจกให้ใครฟังเลย

ต่าย หักขนมแผ่นกลมออกเป็นสองซีก วางซีกหนึ่งไว้ข้างมือ น้องเปิ้ล แล้วเริ่มเล่าเรื่องจิ้งจกโดยไม่พูดถึงเรื่องตอนเช้าเลยสักคำ น้องเปิ้ล หัวเราะออกมา แล้วทั้งคู่ก็คุยกันต่อจนถึงเวลานอน
ข้อคิด
หลังทะเลาะกัน คนที่เริ่มพูดก่อนไม่ใช่คนที่แพ้ และเริ่มด้วยเรื่องอื่นก่อนก็ได้
คุยกับลูกหลังอ่านจบ
ทั้ง ต่าย กับ น้องเปิ้ล ก็อยากพูดกันทั้งคู่ แล้วอะไรทำให้ไม่มีใครพูดก่อน
ต่าย เริ่มพูดด้วยเรื่องอะไร แทนที่จะเริ่มด้วยเรื่องตอนเช้า
ถ้าหนูงอนกับใครอยู่แล้วหนูอยากคุยด้วย หนูจะเริ่มพูดว่าอะไร
เคล็ดลับสำหรับพ่อแม่
ต่าย ไม่ได้ขอโทษและไม่ได้พูดถึงเรื่องตอนเช้าเลย แต่เริ่มด้วยเรื่องอื่นก่อน — ทางนี้ง่ายกว่ามากสำหรับวัยนี้ ลองเสนอทางนี้ให้ลูกก่อนจะสอนเรื่องการขอโทษ
ถ้าลูกสองคนเงียบกันทั้งวัน ลองไม่บังคับให้ขอโทษกัน แต่หาของที่แบ่งกันได้หนึ่งอย่างวางไว้ตรงกลาง แล้วปล่อยให้เริ่มกันเอง
กระดาษที่ยับยังอยู่ที่เดิมทั้งวันในเรื่องนี้ ลองชี้ให้ลูกเห็นว่าของที่เป็นต้นเรื่องมักไม่ได้ถูกแก้เลย สิ่งที่ถูกแก้คือการกลับมาคุยกัน


