ไฟฉาย กระติกน้ำ และรองเท้าแตะ
เด็ก 3–6 ขวบ · อ่านออกเสียง 3 นาที · 5 ฉาก

ทุกเย็นที่กลับมาถึงบ้าน เจี๊ยบ ทำสามอย่างเหมือนกันทุกวัน เอาไฟฉายไปเสียบไว้ในช่องไม้ข้างประตู เอากระติกน้ำไปวางที่ชั้นล่างสุดของชั้นวาง แล้ววางรองเท้าแตะชิดขอบชานให้หัวรองเท้าหันออก ทำจนไม่ต้องคิดแล้วว่าอะไรอยู่ตรงไหน

บางเย็นที่เดินกลับมาไกลจนขาล้า เจี๊ยบ ก็ยังวางของสามอย่างนั้นเข้าที่เหมือนเดิม เพราะนับถึงสิบก็เสร็จแล้ว ไม่ได้นานกว่านั้นเลย ปู่ นั่งอยู่ที่ชานเห็นอยู่ทุกเย็น แต่ไม่เคยเอ่ยปากบอกให้เก็บเลยแม้ครั้งเดียว

เช้าวันหนึ่งต้องออกจากบ้านก่อนฟ้าสาง เพราะรถคันเช้าสุดออกตอนหกโมงตรงและรอใครไม่ได้ ในบ้านยังมืดอยู่ทั้งหลัง มองไม่เห็นแม้แต่ขอบโต๊ะ ปู่ เรียกจากนอกชานว่าอีกสิบนาทีต้องออกแล้ว เจี๊ยบ จึงลุกจากที่นอนทันที

เจี๊ยบ ไม่ได้เปิดไฟเลย เดินไปที่ประตูแล้วยื่นมือเข้าไปในช่องไม้ ไฟฉายอยู่ตรงนั้น คลำลงไปที่ชั้นล่างสุด กระติกน้ำอยู่ตรงนั้น ก้าวออกไปที่ขอบชาน รองเท้าแตะก็อยู่ตรงนั้น หัวรองเท้าหันออกอย่างที่วางไว้เมื่อเย็นวาน

ทั้งสองคนเดินถึงป้ายรถพอดีตอนที่รถคันเช้าสุดเลี้ยวเข้ามา ปู่ หันมามองแล้วพูดขึ้นประโยคเดียวว่า “ไม่ต้องเปิดไฟเลยสักดวง” แล้วก็ไม่ได้พูดอะไรต่ออีก ฟ้าค่อย ๆ สางขึ้นทีละนิดตอนที่รถเคลื่อนออกจากป้าย
ข้อคิด
ของที่เก็บเข้าที่ทุกครั้ง จะอยู่ตรงนั้นในวันที่เรารีบที่สุด
คุยกับลูกหลังอ่านจบ
เจี๊ยบ ไม่ได้เปิดไฟเลย แล้วหาของสามอย่างเจอได้อย่างไร
ปู่ เห็น เจี๊ยบ เก็บของอยู่ทุกเย็น หนูคิดว่าทำไม ปู่ ไม่เคยเอ่ยปากบอกให้เก็บ
ของชิ้นไหนของหนูที่ควรมีที่อยู่ประจำ แล้วหนูจะให้มันอยู่ตรงไหน
เคล็ดลับสำหรับพ่อแม่
เรื่องนี้ไม่ได้ขอให้ลูกเก็บของทั้งห้อง แต่ขอแค่สามชิ้นที่มีที่อยู่ประจำ ลองเลือกกับลูกสามชิ้นที่ใช้ทุกวัน แล้วกำหนดที่วางให้มันชิ้นละที่
จุดที่ทำให้นิสัยนี้อยู่ได้คือมันใช้เวลาน้อย ไม่ใช่เพราะมันเป็นเรื่องดี ลองนับถึงสิบดัง ๆ ให้ลูกฟังตอนเก็บ เพื่อให้ลูกรู้ด้วยตัวเองว่ามันสั้นแค่นั้นจริง ๆ
ปู่ ไม่ได้สั่งและไม่ได้ชม พูดแค่ข้อเท็จจริงว่าไม่ต้องเปิดไฟเลยสักดวง ลองใช้วิธีเดียวกัน คือบอกผลที่เกิดขึ้นจริงให้ลูกได้ยิน แทนการบอกว่าเก่งมาก


