จิ้งจอกกับนกกระสา
เด็ก 3–6 ขวบ · อ่านออกเสียง 4 นาที · 5 ฉาก

ที่ริมบึงแห่งหนึ่ง จิ้งจอก กับ นกกระสา อยู่บ้านใกล้กันมานาน เย็นวันหนึ่ง จิ้งจอก เดินมาชวนถึงหน้าบ้านว่า “พรุ่งนี้มากินข้าวเย็นที่บ้านฉันนะ ฉันจะต้มซุปอร่อย ๆ ไว้รอ” นกกระสา ดีใจจนกระพือปีกแล้วรับปากทันที

พอถึงเวลา จิ้งจอก ก็ยกซุปร้อน ๆ ออกมาตั้งบนโต๊ะ แต่ใส่มาในจานแบน ๆ ใบใหญ่ จิ้งจอก ก้มลงเลียซุปจนเกลี้ยงจานอย่างสบายใจ ส่วน นกกระสา จิ้มปากยาวลงไปเท่าไร ก็ได้แค่ปลายปากแตะน้ำซุปนิดเดียว กินไม่ได้สักคำ

จิ้งจอก เงยหน้าขึ้นมาแล้วหัวเราะ “ไม่ชอบหรือ ซุปนี้อร่อยออก” นกกระสา ไม่ได้ตอบอะไร ได้แต่ยิ้มแล้วขอบคุณ ก่อนจะเดินกลับบ้านไปทั้งที่ท้องยังว่างอยู่ คืนนั้น นกกระสา นอนฟังเสียงท้องตัวเองร้องอยู่นาน

อีกสองวันต่อมา นกกระสา เดินมาชวนบ้าง “คราวนี้มากินข้าวเย็นที่บ้านเราบ้างนะ” จิ้งจอก รีบมาถึงก่อนเวลา แต่พออาหารถูกยกออกมา มันกลับอยู่ในเหยือกคอสูงคอแคบ นกกระสา สอดปากยาวลงไปได้พอดีแล้วกินอย่างเอร็ดอร่อย ส่วน จิ้งจอก ยื่นจมูกเข้าไปเท่าไรก็ติดอยู่แค่ปากเหยือก ได้แต่กลิ่นหอมลอยขึ้นมา

จิ้งจอก นั่งนิ่งไปครู่หนึ่ง แล้วพูดขึ้นเบา ๆ ว่า “เมื่อวันก่อนตอนที่ฉันหัวเราะ นกกระสา ก็คงรู้สึกแบบนี้นี่เอง” นกกระสา พยักหน้า แล้วยกจานแบนอีกใบมาวางตรงกลาง รินอาหารจากเหยือกลงไปครึ่งหนึ่ง คืนนั้นทั้งสองจึงได้กินข้าวเย็นด้วยกันจนอิ่มทั้งคู่
ข้อคิด
ก่อนจะเลือกจานให้เพื่อน ลองนึกถึงปากของเพื่อนก่อน
คุยกับลูกหลังอ่านจบ
ทำไม นกกระสา ถึงกินซุปในจานแบนไม่ได้ ลองทำท่าให้ดูหน่อยสิ
ตอนที่ จิ้งจอก หัวเราะ หนูคิดว่า นกกระสา รู้สึกยังไง
ถ้าเพื่อนมากินข้าวที่บ้านเรา เราจะรู้ได้ยังไงว่าเพื่อนกินอะไรได้บ้าง
เคล็ดลับสำหรับพ่อแม่
เรื่องนี้เล่นกับของที่ลูกจับต้องได้จริง ลองเอาจานแบนกับขวดคอแคบมาวางข้างกันแล้วให้ลูกทายว่าปากแบบไหนกินจากอันไหนได้
จุดที่คุยต่อได้ไกลที่สุดคือตอน นกกระสา ไม่ได้โกรธและไม่ได้ต่อว่าอะไรเลย ลองถามลูกว่าถ้าเป็นหนู หนูจะพูดอะไรกับเพื่อนตอนนั้น


