จิ้งจอกกับแพะ
เด็ก 3–6 ขวบ · อ่านออกเสียง 3 นาที · 5 ฉาก

หน้าแล้งปีนั้นแห้งจนลำธารเหลือแต่ก้อนหิน จิ้งจอก เดินหาน้ำมาทั้งวันจนขาสั่น พอเห็นบ่อเก่าปากกว้างอยู่กลางทุ่งก็รีบวิ่งเข้าไปดู แล้วก้าวพลาดตกลงไปข้างล่างทั้งตัว

น้ำในบ่อตื้นแค่ท่วมข้อเท้า แต่ผนังบ่อสูงและลื่นจนปีนขึ้นไม่ได้เลย จิ้งจอก ลองกระโดดอยู่หลายครั้งก็ไม่สำเร็จ พอดีกับที่ แพะ เดินหาน้ำมาถึงปากบ่อ แล้วชะโงกลงมาถามว่า “น้ำข้างล่างเป็นยังไงบ้าง”

จิ้งจอก คิดได้ทันทีแล้วตอบขึ้นไปว่า “หวานที่สุดเท่าที่เคยกินมาเลย รีบลงมาสิ” แพะ กำลังคอแห้งจนไม่ทันได้คิดอะไรอีก กระโดดลงไปทันทีโดยไม่ได้มองเลยสักนิดว่าขึ้นมาทางไหน

แพะ ก้มกินน้ำจนหายคอแห้ง แล้วค่อยเงยหน้าขึ้นมามองรอบ ๆ ตอนนั้นเองที่รู้ว่าผนังบ่อสูงแค่ไหน จิ้งจอก รีบบอกว่า “ยืนพิงผนังไว้นะ เดี๋ยวฉันเหยียบหลังขึ้นไปก่อน แล้วจะหาอะไรมาช่วยดึงขึ้นไป” พอปีนพ้นปากบ่อได้ จิ้งจอก ก็หันมาบอกสั้น ๆ ว่า “ขอโทษนะ ฉันช่วยไม่ไหวจริง ๆ” แล้วก็วิ่งหายไปในทุ่ง

ตกเย็น เจ้าของบ่อ เดินมาตักน้ำตามปกติ พอได้ยินเสียงร้องก็ชะโงกลงมาดู แล้วหย่อนเชือกกับไม้กระดานลงไปให้จนขึ้นมาได้ แพะ ยืนสะบัดขนอยู่ข้างบ่อแล้วพูดกับตัวเองว่า “คราวหน้า ก่อนจะกระโดดลงไปที่ไหน ฉันจะดูก่อนว่าจะขึ้นมาทางไหน”
ข้อคิด
ก่อนเชื่อหรือทำตามใคร ควรคิดให้รอบคอบเสียก่อน
คุยกับลูกหลังอ่านจบ
แพะ ลืมดูอะไรก่อนกระโดดลงไป
ทำไม จิ้งจอก ถึงบอกว่าน้ำในบ่อหวานที่สุด ทั้งที่ตัวเองก็ขึ้นมาไม่ได้
ถ้ามีใครชวนหนูไปที่ไหนสักที่ หนูจะถามอะไรเป็นคำถามแรก
เคล็ดลับสำหรับพ่อแม่
คำถามที่ใช้ได้จริงจากเรื่องนี้คือ “แล้วเราจะกลับออกมายังไง” ลองใช้ประโยคนี้เวลาพาลูกไปที่ใหม่ ๆ จะกลายเป็นนิสัยติดตัวโดยไม่ต้องสอนเป็นกฎ
อย่าเพิ่งรีบสรุปให้ลูกฟังว่า จิ้งจอก เป็นตัวร้าย ลองถามก่อนว่าถ้าเป็นหนูติดอยู่ข้างล่างแบบนั้น หนูจะทำยังไง แล้วค่อยคุยกันต่อว่าทำแบบไหนถึงจะไม่ทิ้งเพื่อน


