แมวกับจิ้งจอก
เด็ก 3–6 ขวบ · อ่านออกเสียง 3 นาที · 5 ฉาก

บ่ายวันหนึ่งในป่าใกล้หมู่บ้าน แมว เดินมาเจอ จิ้งจอก เข้าพอดีที่ทางแยก ใคร ๆ ในป่าก็พูดถึง จิ้งจอก ว่าเป็นตัวที่ฉลาดที่สุด แมว จึงทักทายอย่างสุภาพว่า “สวัสดี วันนี้สบายดีไหม”

จิ้งจอก ยิ้มแล้วตอบว่า “สบายสิ ฉันรู้วิธีเอาตัวรอดตั้งร้อยวิธีแน่ะ เธอล่ะรู้กี่วิธี” แมว คิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วตอบตามตรงว่า “ฉันรู้อยู่วิธีเดียวเอง คือปีนขึ้นต้นไม้ แต่ฉันฝึกมันทุกวันเลยนะ”

ตอนนั้นเองก็มีเสียงเห่าดังขึ้นมาจากปลายทาง หมาบ้าน สองตัวกำลังวิ่งเล่นไล่กันมาตามทางนั้น แมว ไม่รอเลยสักนิด กระโดดเกาะลำต้นแล้วปีนขึ้นไปนั่งบนกิ่งสูงภายในพริบตาเดียว

จิ้งจอก ยืนนึกอยู่ตรงนั้นว่าจะเลือกใช้วิธีไหนดีจากร้อยวิธีที่มี นึกเท่าไรก็ยังเลือกไม่ได้สักที แมว จึงตะโกนลงมาว่า “ขึ้นมาเลย! เอาเล็บเกี่ยวเปลือกไม้ไว้แล้วดันขาหลัง” จิ้งจอก จึงปีนตามขึ้นมาแบบงก ๆ เงิ่น ๆ จนถึงกิ่งล่างสุดพอดี

พอเสียงเห่าไกลออกไปแล้ว ทั้งสองก็ลงมายืนที่ทางเดินเหมือนเดิม จิ้งจอก หัวเราะแล้วบอกว่า “ร้อยวิธีที่ฉันพูดถึง ไม่มีสักวิธีที่ฉันเคยลองทำจริง ๆ เลย” ตั้งแต่เย็นวันนั้น จิ้งจอก ก็มาฝึกปีนต้นไม้กับ แมว ที่ต้นเดิมทุกวัน วันละนิดเดียว
ข้อคิด
เลือกสักอย่างที่เราทำได้จริงแล้วฝึกมันทุกวัน วันที่ต้องใช้จะได้ใช้ได้ทันที
คุยกับลูกหลังอ่านจบ
จิ้งจอก บอกว่ารู้กี่วิธี แล้วตอนที่ต้องใช้จริง ๆ เกิดอะไรขึ้น
แมว รู้แค่วิธีเดียว แต่ทำไมถึงขึ้นต้นไม้ได้เร็วขนาดนั้น
มีอะไรที่หนูอยากทำให้ได้ แล้วเราจะฝึกวันละนิดยังไงดี
เคล็ดลับสำหรับพ่อแม่
เรื่องนี้เหมาะกับช่วงที่ลูกกำลังฝึกอะไรสักอย่างแล้วเบื่อ เพราะประโยคสำคัญคือ “ฝึกมันทุกวัน” ไม่ใช่ “เก่งมาตั้งแต่แรก” ลองชี้ให้ลูกเห็นจุดนั้นตอนอ่าน
ตอนจบตั้งใจให้ จิ้งจอก ไม่ได้ถูกลงโทษและไม่ได้ถูกหัวเราะเยาะ แต่ได้เริ่มฝึกเอง ถ้าลูกเป็นคนชอบพูดว่าทำได้ทุกอย่าง ให้ใช้ตอนจบนี้ชวนลงมือ แทนการทักว่าพูดเกินจริง


