‹ หน้าแรกชามทอง1/5

ชามทอง

เด็ก 3–6 ขวบ · อ่านออกเสียง 4 นาที · 5 ฉาก

ฉาก 1
ในห้องครัวไม้ที่แทบไม่มีของ ผนังเป็นไม้แผ่นตั้งสีน้ำผึ้ง มีชั้นไม้ยาวติดผนังหลังวางไหดินสีแดงอิฐสามใบกับชามสีเทาหม่นใบหนึ่งปนกันอยู่ หญิงชราผมขาวในเสื้อสีชมพูหม่นยืนมองชามใบนั้น เด็กเล็กผมสั้นเกรียนในเสื้อเขียวมิ้นต์ยืนข้าง ๆ ชี้มือขึ้นไปที่ชามและอ้าปากยิ้มจนเห็นฟันหน้า

บ้านของ ยาย กับ ปั้น เป็นบ้านไม้เก่าหลังเล็กที่ไม่มีอะไรเหลือแล้ว บนชั้นในครัวมีชามใบหนึ่งวางอยู่ปนกับหม้อไห เป็นชามที่ไม่มีใครหยิบมาใช้เลยตั้งแต่ตาไม่อยู่แล้ว ยาย เก็บไว้เฉย ๆ เพราะเคยเป็นชามข้าวของตา

ฉาก 2
บนถนนดินหน้าบ้าน ชายร่างหนาในเสื้อสีแดงเลือดหมูหาบตะกร้าใส่หม้อทองเหลืองเงาวับสองข้างเดินมาทางขวาของภาพ ปากอ้าร้องขายของ เด็กเล็กในเสื้อเขียวมิ้นต์วิ่งกลับมาทางซ้ายด้วยแขนทั้งสองกางออก หญิงชรายืนอยู่หน้าประตูบ้านและถือชามสีเทาหม่นไว้ด้วยมือทั้งสอง

เช้าวันหนึ่งมีเสียงร้องขายของมาจากถนนหน้าบ้าน พ่อค้าคนแรก หาบหม้อทองเหลืองมาเต็มสองข้าง ปั้น วิ่งไปดูแล้วรีบกลับมาบอกว่า “เอาชามใบนั้นไปแลกอะไรสักอย่างได้ไหม” ยาย จึงยกชามลงมาจากชั้น

ฉาก 3
บนถนนดินหน้าบ้าน ชามสีเทาหม่นวางอยู่บนพื้นดิน มีรอยขูดเล็ก ๆ สีทองเผยออกมาที่ข้างชาม ชายร่างหนาในเสื้อสีแดงเลือดหมูหันหลังเดินออกไปทางขวาพร้อมหาบหม้อทองเหลือง หญิงชรากับเด็กเล็กยืนอยู่ทางซ้ายและมองลงมาที่ชามใบนั้นด้วยสีหน้างุนงง

พ่อค้าคนแรก รับชามไปพลิกดู แล้วเอาเข็มขูดที่ข้างชามเบา ๆ ใต้คราบดำมีสีทองโผล่ออกมา พ่อค้าคนแรก รู้ทันทีว่าเป็นชามทอง แต่กลับทำหน้าเบื่อแล้วพูดว่า “ของแบบนี้ไม่ได้สักสตางค์หรอก” จากนั้นก็โยนชามลงบนพื้นดินแล้วเดินจากไป

ฉาก 4
หน้าบ้านตอนบ่าย เด็กเล็กผมสั้นเกรียนในเสื้อเขียวมิ้นต์ก้มตัวลงเก็บชามสีเทาหม่นที่มีรอยขูดสีทองขึ้นจากพื้นด้วยมือทั้งสอง แล้วหันหน้าไปทางขวา หญิงชรายืนอยู่ทางซ้ายและยกมือขึ้นเหมือนจะห้าม ไกลออกไปทางขวา ชายร่างสูงผอมในเสื้อสีครามหาบถ้วยดีบุกเดินมาตามถนน

บ่ายวันเดียวกันมีเสียงร้องขายของมาอีกครั้ง คราวนี้เป็น พ่อค้าคนที่สอง ที่หาบถ้วยดีบุกมา ยาย ส่ายหน้าแล้วบอกว่าไม่เหลืออะไรจะแลกแล้ว แต่ ปั้น ยืนยันว่า “คนนี้หน้าตาไม่เหมือนคนเมื่อเช้า ลองถามดูอีกทีเถอะ” แล้ววิ่งไปเก็บชามขึ้นมาเอง

ฉาก 5
หน้าบ้านตอนบ่ายแดดอุ่น ชายร่างสูงผอมในเสื้อสีครามคุกเข่าลงข้างหนึ่ง ถือชามสีเทาหม่นที่มีรอยขูดสีทองไว้ด้วยมือทั้งสองอย่างระมัดระวังและก้มมอง บนพื้นตรงหน้ามีถ้วยดีบุกวางซ้อนเป็นกองกับเหรียญกองเล็ก ๆ ตะกร้าหาบใบหนึ่งว่างเปล่าวางอยู่ข้าง ๆ เด็กเล็กในเสื้อเขียวมิ้นต์อ้าปากด้วยความประหลาดใจ หญิงชรายืนเอามือแตะแก้มอยู่ข้างหลัง

พ่อค้าคนที่สอง รับชามมาถือแป๊บเดียวก็รู้ว่าเป็นชามทอง แล้วบอกออกไปตรง ๆ ว่า “ของทั้งหาบของผมยังไม่พอค่าชามใบนี้เลย” จากนั้นก็วางถ้วยดีบุกทั้งหมดกับเงินที่มีไว้ตรงนั้น ขอเก็บไว้แค่แปดสตางค์เป็นค่าเรือข้ามฟาก แล้วยกชามขึ้นเหมือนของมีค่าจริง ๆ

ข้อคิด

พูดความจริง ถึงจะทำให้เราได้น้อยลงก็ตาม

คุยกับลูกหลังอ่านจบ

  1. พ่อค้าคนแรก รู้ตั้งแต่แรกว่าชามใบนั้นเป็นทอง แล้วทำไมถึงบอกว่าไม่มีค่า

  2. ถ้า ปั้น ไม่ยืนยันให้ลองถามอีกครั้ง เรื่องจะจบยังไง

  3. เวลาเราอยากได้ของของคนอื่นมาก ๆ เราจะทำยังไงให้ยังพูดความจริงอยู่

เคล็ดลับสำหรับพ่อแม่

  • เรื่องนี้มีคนสองคนทำคนละแบบกับของชิ้นเดียวกัน ลองให้ลูกเล่าเองว่าต่างกันตรงไหน แล้วค่อยถามว่าอยากซื้อของกับคนไหนมากกว่ากัน

  • จุดที่คุยต่อได้ไกลคือความกล้าของ ปั้น ที่ขอให้ลองอีกครั้งหลังโดนปฏิเสธมาแล้วหนึ่งรอบ — ลองชวนคุยว่าเคยขอใครซ้ำสองรอบแล้วได้ผลไหม

อ่านเรื่องอื่นต่อ

นิทานสอนเรื่องความซื่อสัตย์ทั้งหมด (5 เรื่อง)ดูนิทานทั้งหมด