เอลฟ์กับช่างทำรองเท้า

ลุงช่าง นั่งเย็บรองเท้าอยู่ที่โต๊ะตัวเก่าทุกวันจนดึก แต่เงินก็ไม่เคยพอ คืนนั้นหนังในบ้านเหลืออยู่ชิ้นเดียว ลุงช่าง ตัดหนังวางเรียงไว้บนโต๊ะ แล้วเข้านอน ตั้งใจว่าจะตื่นมาเย็บตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง

เช้าขึ้นมา ลุงช่าง เดินมาที่โต๊ะแล้วต้องหยุดยืนนิ่ง รองเท้าคู่นั้นเย็บเสร็จเรียบร้อยวางอยู่แล้ว ตะเข็บทุกเส้นตรงสวยกว่าที่ ลุงช่าง เคยเย็บเองด้วยซ้ำ

วันนั้นมีคนมาซื้อรองเท้าคู่นั้นไปในราคาที่สูงกว่าที่ขอ ลุงช่าง เอาเงินไปซื้อหนังมาเพิ่ม แล้วตัดวางไว้บนโต๊ะทุกคืน เช้าไหนก็เจอรองเท้าเสร็จรออยู่ทุกครั้ง จนบ้านหลังเล็กค่อย ๆ อบอุ่นขึ้น

คืนที่หนาวที่สุดของปี ป้าแก้ว กระซิบว่า “คืนนี้เราแอบดูกันหน่อยนะ ลุงช่าง อยากรู้ว่าใครมาช่วยเราทุกคืน” ทั้งคู่จุดตะเกียงทิ้งไว้แล้วซ่อนตัวอยู่หลังผ้าม่าน พอถึงเที่ยงคืน เอลฟ์ สองตัวก็ปีนขึ้นไปนั่งบนม้านั่ง แล้วลงมือเย็บเร็วจนตาตามไม่ทัน

เช้าวันต่อมา ป้าแก้ว บอกว่า “เอลฟ์ ช่วยเรามาตั้งนาน แต่ตัวเองยังไม่มีเสื้อผ้ากันหนาวเลย” คืนนั้นทั้งคู่จึงวางเสื้อผ้าตัวจิ๋วกับรองเท้าคู่เล็กที่สุดที่เคยทำ ไว้บนโต๊ะแทนหนังที่ตัดไว้

เที่ยงคืน เอลฟ์ ปีนขึ้นโต๊ะตามเคย แต่คราวนี้เจอของขวัญวางอยู่ เอลฟ์ หัวเราะเสียงใสแล้วรีบใส่ของทุกชิ้น จากนั้นก็เต้นวนรอบห้องออกไปทางประตู เอลฟ์ ไม่กลับมาอีกเลย แต่บ้านหลังนั้นก็อยู่กันอย่างสุขสบายมาตลอด
ข้อคิด
ได้รับน้ำใจจากใคร ก็ควรหาทางตอบแทนน้ำใจนั้น
คุยกับลูกหลังอ่านจบ
ตอนที่ ลุงช่าง เห็นรองเท้าเย็บเสร็จอยู่บนโต๊ะ หนูคิดว่า ลุงช่าง รู้สึกอย่างไร
ถ้าเป็นหนู หนูจะทำอะไรให้ เอลฟ์ เป็นของขวัญ
วันนี้มีใครช่วยหนูทำอะไรบ้าง แล้วหนูจะขอบคุณคนนั้นอย่างไร
เคล็ดลับสำหรับพ่อแม่
ถ้าลูกยังนึกไม่ออกว่าวันนี้ใครช่วยอะไร ให้ช่วยเล่าย้อนสั้น ๆ ว่ามีใครหยิบของให้ หรือช่วยใส่รองเท้าให้ แล้วค่อยถามอีกครั้ง
ชวนลูกทำของขวัญเล็ก ๆ ให้คนที่ช่วยเราจริง ๆ ในวันรุ่งขึ้น เช่นวาดรูปให้ครูหรือคนที่บ้าน แล้วชมตอนที่ลูกยื่นให้เอง